เฟอร์นิเจอร์มือสอง

การเลือกซื้อ เฟอร์นิเจอร์มือสอง

เฟอร์นิเจอร์มือสองเฟอร์นิเจอร์มือสอง สามารถหาซื้อได้ ตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์และเว็บไซต์ลงประกาศซื้อ – ขายออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องซื้อมือหนึ่งเนื่องจากราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว เป็นอีกวีธีการที่ทำให้ได้ของดีราคาถูก เหมาะสำหรับคนที่อยากแต่งบ้านแบบสบายกระเป๋า

หลายๆคนที่เข้ามาอ่านคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์มือ 2 ว่าควรจะเลือกซื้อยังไงดี เพราะว่าของมือสองนั้นเป็นของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว การเลือกซื้อนั้นคงยากเป็นแน่ และหลายคนก็กำลังเป็นมือใหม่ ที่สนใจในของมือสอง เราเลยจะมีเคล็ดไม่ลับมาบอกเกี่ยวกับการเลือกซื้อของมือสองกันครับ

1. เลือกซื้อเพราะชอบ ไม่ใช่เพราะถูก
การที่เราเลือกซื้อของมือสองนั้น ราคาย่อมเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้เราสนใจ แต่อย่าให้ตัวเลขเหล่านั้นหลอกคุณ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณซื้อเพราะราคา เฟอร์นิเจอร์นั้น คงอยู่ในบ้านคุณไม่นานเป็นแน่แท้ นานไปเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นมันจะดูขัดหูขัดตา หรืออาจจะไม่เข้ากับสไตล์การแต่งบ้านของคุณก็ได้ เพราะคุณเลือกซื้อมันจาก”ราคา” ไม่ใช่จาก ”ความชอบ” ที่แท้จริงของคุณ

2. ดูสภาพการใช้งานอย่างละเอียด
แน่นอนว่าของมือ 2 คือของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว การที่เราจะเลือกซื้อของเหล่านี้ เข้ามาตั้งในบ้านเรา เราก็ต้องเลือกสรรมันหน่อย ดูอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ทดลองใช้งาน ไม่งั้นคุณอาจะได้ของที่ใกล้จะพัง หรืออาจะต้องมาเสียเงินเพิ่ม เพื่อซ่อมมันในภายหลังก็ได้

3. เลือกขนาด และสี
การที่เราชอบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าเราจะซื้อมันเข้ามาวางในบ้านได้เสมอไป เราจึงควรดูขนาดนั้นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นให้ดี ว่าถ้าเราซื้อมาแล้วเราจะตั้งตรงไหนของบ้าน หรือทางที่ดีควรจะวัดขนาดพื้นที่ ที่เราจะตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้แน่นอนไปเลย เพื่อสะดวกในการเลือกซื้อ พยายามอย่าเลือกซื้อมาก่อนแล้วค่อยหาที่ตั้ง เพราะนั่นจะเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว ถ้าไม่สามารถหาที่ตั้งได้

4. กลิ่น
เฟอร์นิเจอร์ที่ผ่านเวลามาเนิ่นนานย่อมมีกลิ่นจากการใช้งาน เราควรดมให้ดีว่ากลิ่นนั้นจะรบกวนคุณหรือเปล่า ถ้ามันไปตั้งในบ้านของคุณ แต่ถ้าคุณชอบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นจริงๆ เรื่องกลิ่นคงเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจจะทำความสะอาด หรือใช้น้ำยาดับกลิ่นหน่อยก็คงหมดปัญหา ส่วนใหญ่ปัญหาเรื่องกลิ่นจะเกิดกับโซฟา ผ้าม้า ซึ่งติดกลิ่นได้ง่าย

5. ศึกษาราคาคร่าวๆ
การศึกษาราคาก่อนเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพ่อค้าหัวใส ที่จะเอาเปรียบคนไม่รู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์มือสอง บางทีถ้าเราไม่ศึกษาก่อน เราอาจได้ของมืองสองที่ราคามือหนึ่งก็เป็นได้

6. เตรียมตัวเตรียมใจ
การเดินซื้อเฟอร์นิเจอร์นั้น ปกติแล้วก็แค่เตรียมเงินกับความต้องการไปในการซื้อนะครับ แต่การเฟอร์นิเจอร์มือสอง คุณต้องเลือกแหล่งที่ขายของมือสองโดยตรง อีกทั้งคุณยังต้องเลือกดีๆ อีกด้วยครับเพราะการเลือกซื้อของมือสองนั้น มักจะเป็นแบบตาดีได้ตาร้ายเสีย

7. จะเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรมีสายวัด
สายวัด เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมากครับ เพราะคุณจะต้องวัดขนาดของเฟอร์นิเจอร์ ให้เข้ากับตัวบ้านของคุณ จะได้เลือกเฟอร์นิเจอร์มาแต่งบ้านได้อย่างไม่ผิดพลาดและเลือกได้เหมาะสม

8. คิดสไตล์ไว้ก่อน
ถ้าคุณยังไม่กำหนดสไตล์เอาไว้ก่อน จะทำให้คุณเสียเวลาในการเดินดูเฟอร์นิเจอร์มากนะครับ ควรวางแผนไว้แต่แรกวาจะซื้อแนวไหนสไตล์ไหน สีอะไรจะช่วยให้คุณเลือกได้ง่ายและไวขึ้น แต่ถ้าไม่รู้จริงๆ คิดไม่ออกก็เลือกแนวให้เข้ากับบ้านก็ได้ครับ

9. กำหนดเพดานราคา
คุณต้องกำหนดราคาเป้าหมายไว้ในหัวเลยนะครับ ถ้าคุณคุมงบเอาไว้แต่แรก จะทำให้งบการซื้อไม่บานปลาย เพราะเฟอร์นิเจอร์มือสองก็ไม่ได้ราคาถูกเสมอไปนะครับ

10. วางแผนปรับปรุงล่วงหน้า
บางครั้งคุณซื้อเฟอร์นิเจอมือสองมาอาจจะดูเก่ามาก มีตำหนิชำรุดทรุดโทรม แต่สไตล์และรูปทรงถูกใจมาก คุณอาจจะต้องวางแผนในการปรับปรุงล่วงหน้านะครับ ว่าจะนำมาปรับยังไงต่อไปจะได้ไม่เสียเวลาครับ

เฟอร์นิเจอร์มือสอง ของเก่าเมื่อนำมาเล่าใหม่

ในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สือสาร ยานพาหนะ เมื่อมีรุ่นใหม่ๆออกมาสู่ตลาด ผู้คนก็หันไปใช้รุ่นที่ใหม่กว่า ทิ้งให้รุ่นเก่านอนตกกระป๋อง อยู่ที่ห้องเก็บของ แม้กระทั่งของตกแต่งบ้าน จำพวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เมื่อเทรนด์สมัยเปลี่ยนไปผู้คนก็นิยมเปลี่ยนแปลงตาม แต่สำหรับของตกแต่งบ้านที่ใช้แล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นของเก่าที่เคยเป็นที่ไม่ต้องการ แต่เมื่อได้รับการซ่อมแซม บูรณะเสียใหม่ ก็จะกลายเป็นของใหม่ ที่ดูแล้วมีความ คลาสสิค น่าหลงไหลไปอีกแบบ จึงกลายเป็นแนวการตกแต่งบ้าน ของผู้ที่นิยมใช้เฟอร์นิเจอเก่า เฟอร์นิเจอร์มือสอง มาเลือกใช้แต่งบ้าน ซึ่งทั้งสวยไม่เหมือนใคร แถมยังอยู่ในงบประมาณที่คุ้มค่าอีกด้วย

ชนิดของเฟอร์นิเจอร์เก่า เฟอร์นิเจอร์มือสอง

เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า เป็นประเภทของเฟอร์นิเจอร์ ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มที่ หลงไหลในความสวยงามของเนื้อไม้ เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ไม้ ในอดีตจะใช้ไม้เนื้อแข็ง ที่มีลวดลายสวยงาม ไร้รอยต่อของแผ่น เช่นไม้สัก ไม้มะค่า เป็นต้น รูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นที่หลงไหล แก่ผู็ที่ชื่นชอบของเก่า และในปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

เฟอร์นิเจอร์หนัง เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุหนัง ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีความทนทาน กว่าวัสดุสังเคราะห์ในปัจจุบันมาก โดยจะพบว่ามีร้านรับซ่อมแซม เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหนัง ให้กลับมาเหมือนใหม่อยู่หลายแห่ง ทำให้เฟอร์นิเจอหนัง ยังคงได้รับความนิยมในตลาดเฟอร์นิเจอร์มือสอง เนื่องจากซ่อมแซมได้ และยังมีความน่าใช้งานอยู่

เฟอร์นิเจอร์โลหะ เฟอร์นิเจอร์สารพัดประโยชน์เน้นใช้งาน ถึงแม้จะได้รับความเสียหายเกิดคราบสนิม หรือสีหลุดลอก แต่ก็สามารถที่จะซ่อมแซมให้กลับมาสวยเหมือนใหม่ได้ไม่ยาก แถมยังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้อีก จึงสามารถพบเห็นเฟอร์นิเจอร์โลหะ ได้ไม่ยากตามร้านเฟอร์นิเจอร์มือสอง

เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป (น็อคดาวน์) เป็นเฟอร์นิเจอร์ ที่พบเห็นได้มากมายชนิดนึงในแหล่งเฟอร์นิเจอร์มือสอง ด้วยเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ราคาไม่สูงมาก จึงทำให้ผู้ที่เลือกใช้เปลี่ยนใหม่ได้ โดยไม่ค่อยจะเสียดายอยู่เท่าไหร่ แต่เฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้มีความทนทาน ที่ค่อนค้างน้อยกว่าเฟอร์นิเจอร์ชนิดอื่น ดังนั้นในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปมือสอง จำเป็นต้องเลือกอย่างรอบคอบ ส่วนการซ่อมแซมนั้น บางชิ้นอาจซ่อมแซมไม่ได้เลย หรือถึงซ่อมแซมได้ก็อาจไม่แข็งแรงเหมือนเก่า จึงควรหลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ในกรณีที่ชำรุดแล้ว

วิธีดูเฟอร์นิเจอร์มือสอง

เฟอร์นิเจอร์ไม้ จุดพิจารณา
1. การเข้าไม้ เป็นวิธีการยึดไม้สองชิ้นเข้าด้วยกัน ข้อควรระวังคือ ให้ดูว่าไม้ชิ้นที่ใช้ยึดมีการยืดตัวหรือไม่ เพราะอาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ของคุณขยาย ปริ แตก หรือถ้ามีการหดตัว ส่วนที่เชื่อมกันไว้ก็อาจหลุดออกจากกันได้

2. สาเหตุของการยืด หด หรือการโก่งตัวของไม้ ก็คือความชื้น ถ้าเกิดความชื้นเล็กน้อย เป็นบางจุดก็มีวิธีบรรเทาอาการได้ ด้วยการขัดผิวไม้แล้วทาน้ำมันสำหรับไม้ทับอีกชั้น

3. เฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF เป็นการผสมเยื่อไม้ และวัสดุยึดติดแล้วนำมาอัดเป็นแผ่น จะมีราคาถูกกว่าเฟอร์นิ เจอร์ไม้จริง แต่ไม่แข็งแรงทนทานเท่า หากนี่เป็นตัวเลือกของคุณ ให้ดูที่พื้นผิวปิดหน้าว่าโก่งงอตัวหรือไม่ ไม้ชนิดนี้มักถูกนำมาใช้ในงานบิลต์อินมากกว่า เพราะมีพื้นผิวเรียบละเอียด สามารถพ่นหรือทาสีได้สวยเรียบ โดยไม่มีขั้นตอนมากเท่าไม้จริง

การดูแลรักษา
1. ใช้ผ้าแห้งเช็ดฝุ่นเป็นประจำ ควรเป็นผ้าสักหลาดหรือผ้าชามัวร์ เพราะมีผิวสัมผัสอ่อนนุ่ม ไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน

2. ถ้ามีรอยแตก ให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำจนเปียกอัดตรงรอยแตก แล้วรีดบริเวณนั้นด้วยเตารีด ร้อน ๆ ใยไม้ที่ถูกกดจะขยายกลับคืนสู่สภาพเดิม หลังจากนั้นให้ขัดเงาตามปกติ

3. ถ้ามีรอยขีดข่วน ให้ใช้ผ้าแตะยาเช็ดรองเท้า ที่มีสีเดียวกันกับไม้ถูตรงรอยนั้น แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง

เฟอร์นิเจอร์บุผ้า จุดพิจารณา
1. ชนิดของผ้าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผ้าเป็นวัสดุเก็บฝุ่น ควรเลือกผ้าเส้นใยธรรมชาติเพื่อระบายอากาศได้ดี

2. เลือกแบบที่สามารถถอดผ้าหุ้มออกทำความสะอาดได้ เช่น แบบที่เย็บด้วยยางยืด เพื่อใช้คลุมเฟอร์นิเจอร์ทั้งชิ้น หรือแบบที่เป็นซิป เป็นต้น

การดูแลรักษา
1. ดูดฝุ่นด้วยเครื่องดูดฝุ่น หรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเป็นประจำ ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ถอดผ้าหุ้มออกได้ ก็ควรถอดไปทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่ถ้าไม่สามารถถอดผ้าหุ้มออกได้ ก็ให้ใช้วิธีซักแห้งแทน

2. แนะนำว่า เมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์หุ้มผ้ามือสองมา ควรจะเปลี่ยนผ้าหุ้มด้วยเลย เพราะผ้าจะเก็บฝุ่นและเชื้อโรคได้ง่าย บางครั้งการซักก็อาจไม่เพียงพอ และผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์ก็มีราคาไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับหนัง

เฟอร์นิเจอร์บุหนังจุดพิจารณา
1. ทดสอบคุณภาพของสปริงหรือฟองน้ำ ด้วยการลองนั่ง ถ้าคืนตัวเร็วแสดงว่าคุณภาพยังดีอยู่

2. ถ้าเป็นโครงไม้ ลองเช็ค ดูว่าทำจากไม้ชนิดใด เพราะถ้าทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้รังหรือไม้ฉำฉา จะมีน้ำหนักเบา แต่ไม่คงทนเท่ากับไม้เนื้อแข็งอย่างไม้เต็ง ไม้ทุเรียน หรือไม้จำปาถึงจะหนักกว่า แต่รับประกันความแข็งแรง

3. เฟอร์นิเจอร์หนังแท้ เมื่อนั่งแล้วจะให้ความรู้สึกนิ่ม สบาย ไม่ร้อนอึดอัด หรือเกิดความเหนียวหนึบบริเวณผิวหนัง

4. หากดูด้วยตา เฟอร์นิเจอร์หนังแท้จะมีรอยเย็บ เพราะการหาผืนหนังที่มีความกว้างและยาว พอที่จะคลุมเฟอร์นิเจอร์ได้ทั้งชิ้นเป็นเรื่องยาก ต่างกับหนังเทียม ที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ซึ่งสามารถผลิตและสั่งตัดความกว้างยาวได้ตามต้องการ

การดูแลรักษา
1. ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดหนังโดยเฉพาะ เพราะน้ำยาทำความสะอาดแบบอเนกประสงค์ จะทำให้หนังแข็งกระด้าง หรือถ้าเป็นหนังสีขาวจะทำให้เกิดคราบสีเหลืองในระยะยาวได้

2. เมื่อเกิดรอยเปื้อนแม้เพียงนิดเดียว ควรรีบทำความสะอาดเพราะถ้าปล่อยไว้นาน รอยจะฝังลึก แล้วทำความสะอาดยากขึ้นเรื่อย ๆ จะใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออกก็ได้

3. หากหนังมีรอยแตก – ปริ ไม่มากสามารถนำไปให้ร้านรับซ่อมเฟอร์นิเจอร์ ช่วยซ่อมแซมให้ได้ แต่ถ้ามีความสึกหรอเป็นวงกว้าง  แนะนำว่าควรหุ้มหนังใหม่ จะเลือกใช้หนังแท้เฉพาะส่วนที่นั่งหรือพนักพิงผสมกับหนังเทียม ในส่วนของที่เท้าแขนเพื่อประหยัดงบประมาณก็ได้

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://mgcsm.org/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *