เฟอร์นิเจอร์จีน

เฟอร์นิเจอร์จีน เฟอร์นิเจอร์ที่มีอารยธรรมเก่าแก่มากที่สุดของโลก

เฟอร์นิเจอร์จีน

เฟอร์นิเจอร์จีน จีนถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่มากที่สุดของโลก ยกตัวอย่างเช่นเครื่องปั้นดินเผา เครื่องหยก งานภาพเขียนและแกะสลัก รวมไปถึงศิลปะบนชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการและพัฒนาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในยุคอดีต เฟอร์นิเจอร์จีนจัดว่าเป็นผลงานที่มีมูลค่าน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับฝีมือในแขนงต่างๆ ตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่เฟอร์นิเจอร์ยิ่งเก่า ยิ่งราคาสูง เพราะถือเป็นของสะสมที่หาซื้อได้ยาก โดยเฉพาะชิ้นงานที่เกิดในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง

ย้อนไปหลายพันปีก่อน การใช้ชีวิตของชาวจีนไม่แตกต่างจากคนไทยมากนัก คือเริ่มจากการนั่งและนอนกับพื้น หากบ้านไหนมีฐานะขึ้นมาหน่อย จะมีโต๊ะเล็กๆ (เหมือนประเทศญี่ปุ่น) สำหรับรองรับแขกหรือใช้รับประทานอาหาร จนเมื่อถึงสมัยราชวงศ์ถังชาวจีนจึงเริ่มรู้จักนั่งบนเก้าอี้และมีเฟอร์นิเจอร์ที่สูงขึ้น และขยายวงกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่ชุมชนเมืองไปจนถึงบ้านเรือนในชนบท

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 12 หรือในช่วงราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) ถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์จีน เพราะเป็นยุคที่ปลอดศึกสงคราม ทำให้ผู้คนมีเวลาศึกษาศิลปะวิทยาการและพัฒนาฝีมือการทำเครื่องเรือนมาโดยตลอด พอถึงช่วงปลายของราชวงศ์จึงเกิดเฟอร์นิเจอร์สไตล์หมิงขึ้นมาและได้รับความนิยมทั่วโลกจนถึงในปัจจุบัน

เฟอร์นิเจอร์สไตล์หมิงส่วนใหญ่ทำจากไม้พื้นเมือง เช่น ไม้สน ไม้เอม ไม้เซลโควา โดยมีรูปแบบที่เรียบง่ายและสง่างาม เน้นการโชว์ไม้เป็นหลักและแต่งด้วยโลหะที่ใช้เป็นมือจับ กลอนและบานพับ ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และมีประโยชน์การใช้งานที่ครบครัน

เรียกได้ว่าศิลปะในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ของจีนในยุคนี้ มีความเหนือชั้นกว่างานศิลปะของฝั่งยุโรปเป็นอย่างมาก ด้วยเทคนิคการออกแบบและฝีมือของช่างคุณภาพระดับสูง ดีไซน์สุดสวยงาม ที่ไม่ว่าจะนำไปจัดวางที่ไหนก็โดดเด่น สง่างาม

ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ในราชวงศ์หมิง

1.Official’s hat chair เป็นเก้าอี้ตัวแรกของจีน มีลักษณะคล้ายกับหมวก ส่วนใหญ่มักพบในบ้านของคนมีฐานะปานกลางไปจนถึงร่ำรวย

2.Horseshoe Chair เก้าอี้ทรงเกือกม้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ข้าราชการชั้นสูง

3. ตู้ร้อยตา (Hundred eye chest) เป็นตู้ที่มีช่องเยอะคล้ายกับลิ้นชัก ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเก็บของเล็กๆ น้อยๆ สิ่งของกระจุกกระจิก ปัจจุบันมักเห็นเป็นตู้เก็บยาในร้านขายยาจีนค่ะ

ต่อมาเป็นสมัยราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ยุคสุดท้ายก่อนที่จีนจะเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์นั้นก็ได้รับอิทธิพลมาจากสมัยราชวงศ์หมิง โดยการรักษาต้นแบบเอกลักษณ์ของราชวงศ์หมิงไว้ แต่ได้นำมาประยุกต์และเพิ่มเติมรายละเอียดนิดหน่อย ด้วยการสร้างศิลปะภาพวาดและการแกะสลักลงไปในชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งลวดลายส่วนใหญ่จะเกิดจากจินตนาการ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ จึงมักเห็นลายทิวทัศน์ ดอกไม้ รวมไปถึงลายผีเสื้อ แมลงปอ เป็นต้น ให้ความรู้สึกคลาสสิกและเรียบหรู ในส่วนของขนาดได้ดีไซน์ขยายสัดส่วนให้ใหญ่กว่าเดิม เพื่อให้สามารถเก็บของและใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น

ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์สมัยราชวงศ์ชิง

เฟอร์นิเจอร์ของชาวจีนสมัยราชวงศ์ชิง มีสไตล์ที่เรียบง่าย และมักนิยมเคลือบเงาด้วยแลกเกอร์สีแดงหรือสีดำ

ชาวจีนในราชวงศ์ชิงมักแกะสลักและวาดลายวิวทิวทัศน์ รวมไปถึงสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลไว้บนตัวตู้ เพื่อความสวยงาม

หลังจากสิ้นสุดสมัยราชวงศ์ชิง เฟอร์นิเจอร์จีนก็มีการพัฒนามาโดยตลอด และสามารถตีตลาดเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลกได้จนถึงปัจจุบัน โดยเราจะเห็นว่าผลงานแต่ละชิ้นจะแฝงไปด้วยเอกลัษณ์แบบจีน เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีดีไซน์และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป เรามาดูกันว่า เฟอร์นิเจอร์จีนสไตล์โมเดิร์นมีรูปร่างหน้าต่างอย่างไร จะสวยคลาสสิกแบบในยุค ราชวงศ์หมิงและชิงหรือเปล่า Karuntee ขอยกตัวอย่างในส่วนของเก้าอี้มาอธิบายประกอบนะคะ

เริ่มจากเก้าอี้สไตล์คลาสสิค ถูกออกแบบโดยได้แนวคิดจากความเป็นไปได้ของการรวมกัน ระหว่าง เฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมและแบบมุมมองใหม่ การผสานความงาม ร่วมสมัยและยังมีเสน่ห์แบบดั้งเดิม

“Horseshoe-Back Arm Chair” หรือเก้าอี้เกือกม้า เริ่มใช้ครั้งแรกคริสต์ศตวรรษที่ 11 เป็นเก้าอี้ทรงคลาสิคที่ได้รับความนิยมมาหลายยุคหลายสมัย บางท่านอาจจะเคยเห็นมาบ้างแล้ว แต่ในสมัยปัจจุบันก็มีการประยุกต์ทำให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น อาจทำด้วยวิธีการการใช้สีที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน เก้าอี้เกือกม้าที่เราเคยชินตากับการที่ต้องเป็นสีไม้ธรรมชาติก็ดูแปลกตามากขึ้น

เก้าอี้ไม้พนักเตี้ย ถูกออกแบบให้เข้ากับงาน modern ในสมัยนี้ได้อย่างกลมกลืน เป็นชิ้นงานที่ดูเรียบขึ้นมากกว่างานของเฟอร์นิเจอร์จีนในยุคเก่า และในบางครั้งสามารถเพิ่มเติมด้วยหมอนอิงเพื่อช่วยรับหลัง ให้สามารถนั่งได้นานขึ้น และสบายขึ้น

เรามาดูตัวต่อมากันค่ะ เป็นเก้าอี้ไม้พนักเตี้ยที่ถูกออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ยังคงมีกลิ่นอายของเก้าอี้จีนโบราณอยู่ ด้วยสีที่ใช้จึงทำให้มีความร่วมสมัยแต่ยังคงไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์จีนที่ใช้เป็นสีของไม้ในส่วนขาเก้าอี้

และนอกจากนี้ Karuntee ยังมีภาพเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยผลงานของ Shao Fan Designerชาวจีน มาฝากให้ได้รับชมกันค่ะ Shao Fan เป็นผู้ออกแบบ ที่มีแนวคิดในเรื่องการจัดการที่จะผสมศิลปะจีน แบบดั้งเดิมและการออกแบบที่ทันสมัย collection เก้าอี้ ของเขามีองค์ประกอบของเก้าอี้ราชวงศ์จีนสมัยก่อนร่วมกับความงาม ที่ทันสมัยในเรื่องของเส้น รูปทรงเรขาคณิต ที่ชัดเจน รูปร่าง ซับซ้อน บางส่วนมีการเลียนแบบอักษรจีน ไปชมกันเลยค่ะ

แต่ในปัจจุบันหากมองหาเฟอร์นิเจอร์จีนแบบเก่าๆ ดั้งเดิมนั้นคงจะหาได้ยาก ซึ่งเฟอร์นิเจอร์จีนในปัจจุบันมักทำขึ้นจาก Softwood และมาจากเมือง Ningbo (อยู่ใกล้ๆ กับเซี่ยงไฮ้) หรือมาจากมณฑลซานซี ใครที่กำลังอยากได้เฟอร์นิเจอร์จีนแบบโบราณก็คงต้องหาแหล่งขายที่มีคุณภาพดี ของแท้ แต่อาจหาจะยากและราคาแพงหน่อยนะคะ แต่หากเรามีความตั้งใจจริง สักวันหนึ่งเฟอร์นิเจอร์จีนสวยๆ งามๆ สักตัวต้องเป็นของเรา จริงมั๊ยคะ?

เฟอร์นิเจอร์จีน 3 ไม้ที่ต้องรู้จักเมื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์จีนคลาสสิค

บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า rosewood furniture และคิดว่าเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนจะต้องทำมาจากไม้ประดู่ หรือที่เรียกกันว่า rosewood เท่านั้น จึงจะจัดว่ามีคุณภาพดี แต่ความจริงแล้ว ไม้ที่เรียกกันในบ้านเราว่าไม้ประดู่ (ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ว่า Padauk) เป็นวัสดุทำเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนเฉพาะในตลาดเมืองไทยเท่านั้น ที่ประเทศจีนไม่มีไม้ชนิดนี้ ถือเป็น tropical hardwood ที่มีมูลค่าพอสมควร เพื่อลดความสับสน เราเลยรวบรวมชนิดไม้ที่ประเทศจีนใช้ทำเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนมาตั้งแต่เก่าก่อน หมายถึงเมื่อคุณไปซื้อหาเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน ทั้งแอนทีคหรือทำใหม่-รีโปรดักส์ จะต้องพบชื่อไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้แน่นอนค่ะ

1 จื่อถาน, 紫檀(Zitan), Red Sandalwood

ถ้าเฟอร์นิเจอร์จีนที่คุณมีทำมาจากไม้จื่อถาน เท่ากับมีทองกองอยู่ในบ้านดีๆนี่เองค่ะ เมื่อปีที่แล้ว Sotheby’s เปิดประมูลกล่องปิ่นโตทำจากไม้จื่อถานในสมัยหมิงตอนปลาย สุดท้ายเคาะราคาที่ 100,000กว่าUSD

จื่อถานมีชื่อไทยว่าไม้จันทน์แดง เป็นไม้เขตร้อน เนื้อแน่น หนัก สีโทนดำม่วงหรือดำแดง ลายละเอียดเหมือนเส้นผม ด้วยความที่หายากและโตช้ามาก จึงมีราคาแพงมากๆจริงๆ

2 หวางฮวาหลี, 黄花梨(Huanghuali), Fragrant Rosewood

ในงานประมูลเฟอร์นิเจอร์จีนแอนทีคน่าจะได้ยินชื่อไม้ชนิดนี้บ่อยที่สุด เพราะเป็นไม้มีราคาในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เจ้าขุนมูลนาย ฮ่องเต้จะต้องมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหวางฮวาหลีไว้ใช้งานประดับบารมี

ไม้ชนิดนี้เป็นไม้เขตร้อน พบทางจีนตอนใต้และเวียดนาม ไม่พบในไทย บางคนเรียกไม้พะยูงหอม มีความโดดเด่นที่ลวดลายสวย ไม้เก่าจริงๆจะมีริ้วหลอนๆและประกายสีเหลืองทองในเนื้อไม้ ทำให้ยิ่งมีราคาแพงขึ้นไปอีก

3 ยหวีมู่, 榆木(Yumu), Northern Elmwood

ไม้เอล์ม เรียกได้ว่าเป็น common wood สำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์ในจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบันที่ทำกันเป็นอุตสาหกรรมส่งออก ไม้ชนิดนี้เป็นไม้พื้นถิ่นในจีน อเมริกา ยุโรป มีความทนทานเป็นเอกลักษณ์ ทนต่อความชื้น ลวดลายสวยงาม ตัดแต่งง่าย

ถ้าไปเที่ยวตามหมู่บ้านในชนบทของจีน จะเห็นเก้าอี้จีนเก่าๆที่ถูกวางไว้ตรงลานบ้าน นั่นแหละค่ะ ใช้ตั้งแต่รุ่นอาม่าจนถึงรุ่นหลานเลยเชียว

แหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์เก่าสไตล์จีนโบราณ

วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปบุกแหล่งเฟอร์นิเจอร์ของเก่าจากจีนแผ่นดินใหญ่กันบ้าง  ส่วนจะอยู่ที่ไหนยังไงนั้นไปลุยพร้อมกันเลย!!!

ร้านที่เราจะพามาในวันนี้มีชื่อว่า CHINESE HOUSE ซึ่งตั้งอยู่ที่เสนานิคมและแหล่งช้อปปิ้งอย่าง CDC ค่ะ กว่า 25 ปีแล้วที่ CHINESE HOUSE ริเริ่มเสาะหาเฟอร์นิเจอร์จากเมืองจีนมาขาย ทั้งโต๊ะมุก ตู้ เตียง ของตกแต่งบ้านรวมไปถึงฉากกั้นแบบต่างๆให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของลูกค้าในแต่ละยุคสมัย จนมาถึงจุดหนึ่งที่ของเก่าได้รับความนิยมมากขึ้นจึงเริ่มทำการรวบรวมของเก่าสไตล์จีนมาวางขาย ทั้งจากมณฑลต่างๆในประเทศจีนอย่าง ซานซี ซานตง เจ๋อเจียง หูหนาน กานซูหรือแม้แต่มองโกเลียทางใต้

บรรยากาศภายในโชว์รูมจึงถูกตกแต่งภายในอย่างเรียบง่ายเพื่อขับให้สินค้าดูมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าทางร้านรวบรวมของเก่าจากประเทศจีนมาขายเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องใช้ เครื่องดนตรี รูปปั้น ตลอดจนของหายากอย่างเกี้ยวเจ้าสาว ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีของเมืองจีนได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ที่หลงใหลในความงดงามและเสน่ห์ของสินค้าจีนอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเลือกชมและซื้อสินค้ากันที่ร้าน เพราะแต่ละชิ้นจะมีความโดดเด่นไม่เหมือนกันรวมถึงสินค้าบางชิ้นที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นทำให้ยิ่งทรงเสน่ห์และคุณค่ามากขึ้นไปด้วยค่ะ

นอกจากของเก่าที่ถูกนำมาบำรุงรักษาและดูแลเป็นอย่างดี สินค้าที่ร้านบางส่วนก็จะเป็นของใหม่ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษด้วยอย่างฉากกั้นลวดลายต่างๆ หรือตู้ไม้บางชนิด ซึ่งทางร้านจะให้คำแนะนำเป็นอย่างดีว่าตู้นี้มีความเป็นมาอย่างไร หรือชิ้นไหนที่เป็นของทำขึ้นใหม่บ้าง ทำให้นอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าอย่างเพลิดเพลินแล้วยังได้เรียนรู้ประวัติต่างๆไปด้วยในตัว ช่วยให้การช้อปในแต่ละครั้งมีความสนุกสนานและได้ความรู้กลับไปอีกเพียบ

สินค้าโดดเด่นของร้านคือตู้ยาจีนจากมณฑลซานชี ที่มีประวัติมายาวนานโดยสมัยก่อนจะเอาไว้เก็บสิ่งของประเภทสมุนไพรต่างๆเพื่อนำมารักษาโรค ส่วนชื่อยาจะเขียนไว้ตรงลิ้นชักเพื่อให้ง่ายแก่การค้นหา ซึ่งแต่ละลิ้นชักจะมี 4 ชื่อและมี 4 ช่อง บ่งบอกชนิดและประเภทของยาไว้อย่างชัดเจนในแต่ละช่องโดยขนาดจะไม่เท่ากันเพราะไม่มีหน่วยวัดมาตรฐานในสมัยนั้น ตู้นี้มีอายุกว่า 100 ปี ทำมาจากไม้เอม ขนาด กว้าง 110 x ลึก 64 x สูง 182 ซม.

ถัดมาที่สินค้าอีกชิ้นซึ่งทรงคุณค่าและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้กันอย่าง ตู้จากมณฑลกันซู่ ทำมาจากไม้เอมอันเป็นสายพันธ์ุของไม้เนื้อแข็งในจีน สินค้าชิ้นนี้เป็นสินค้าโบราณอายุกว่าร้อยปีเช่นเดียวกัน โดยจะเห็นได้จากลวดลายที่เป็นลายเก่าแก่ผ่านการซ่อมบำรุงของช่างเพื่อที่จะรักษาความงดงามของศิลปะสมัยเก่าเอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ตู้นี้มีขนาด กว้าง 170 x ลึก 45 x สูง 61 ซม. ค่ะ

ใครที่ชื่นชอบวัฒนธรรมรวมไปถึงสินค้าสไตล์จีนและหลงใหลในความงามอันทรงเสน่ห์ของของเก่าแล้วล่ะก็ CHINESE HOUSE ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วนทั้งของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกเดินชมและซื้อสินค้าได้แบบจุใจ โดยร้านตั้งอยู่ที่ 47/1 ถนนเสนานิคม 1, เสนานิคม, จตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900 โทร 089-781-5151 โชว์รูมเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 น. – 18.00 น. หรือ สามารถไปเลือกช้อปได้ที่สาขา CDC ตึก F ชั้น 1 ร้านเปิดทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 น. – 19.00 น. จ้าา

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://mgcsm.org/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *